HOME    ABOUT US    HYDROPONIC    KNOWLEDGE    GALLERY    PRODUCT    CONTACT    MAP    LINKS        

home

KNOWLEDGE



ขั้นตอนการปลูกด้วยระบบ HYDRO GREEN FARM (click here)

ระบบการปลูกพืชไม่ใช้ดินในแบบต่่างๆ ( Hydroponic Systems )


การปลูกพืชในวัสดุปลูก
(Substrate culture)
  การปลูกในวัสดุปลูก เป็นการปลูกพืชในลักษณะที่คล้ายกับ การปลูกในดินมากที่สุด ดังนั้นการดูแลพืชที่ปลูก จะคล้ายกับการปลูกพืช ในกระถาง ปัญหาที่ต้องคอยระวังคือ การปลูกในวัสดุปลูกปริมาณของวัสดุปลูก จะน้อยกว่าการปลูกในดินมาก กล่าวคือ รากพืชจะมีพื้นที่ในการหาน้ำ และอาหารแต่ละต้นไม่เกินต้นละ 5ลิตร ดังนั้นการจัดการ เกี่ยวกับน้ำ และธาตุอาหาร จะต้องมีการจัดการเป็นพิเศษ

การปลูกพืชในวัสดุปลูกจะมีองค์ประกอบหลักดังนี้                   

  1.วัสดุปลูกและภาชนะที่ใส่วัสดุปลูก
        คุณสมบัติของวัสดุปลูกที่เหมาะสม
            - อัตราส่วนของน้ำ : อากาศ = 50 : 50
            - ไม่มีการอัดตัวหรือยุบตัวเมื่อเปียกน้ำ หรือเมื่อใช้ไปนานๆ
            - ไม่สลายตัวทั้งทางเคมี และ ทางชีวภาพ
            - รากพืชสามารถแพร่กระจายได้สะดวกทั่วทุกส่วนของวัสดุปลูก
            - ไม่มีสารเป็นพิษต่อพืชเจือปนอยู่
            - เฉื่อยทางเคมี คือ ไม่ทำปฎิกิริยากับสารละลายและภาชนะที่ใช้บรรจุ
            - การแลกเปลี่ยนประจุ ( C.E.C ) ต่ำหรือไม่มีเลย
            - ไม่เป็นแหล่งสะสมโรคและ แมลง
            - สามารถกำจัดโรคและ แมลงได้ง่าย นำกลับมาใช้ใหม่ได้ง่าย

  2.ระบบการให้สารละลายธาตุอาหารพืช
        2.1 ส่วนควบคุม
            เป็นส่วนที่จะควบคุมค่าต่างๆ เช่น ความดัน อัตราและ ช่วงเวลาการให้สารละลาย ระบบเตรียมสาร ละลาย ระบบกรอง ฯลฯ

        2.2 ส่วนระบบท่อต่างๆ
            เป็นส่วนที่จะนำสารละลายสู่รากพืช ได้แก่ ระบบท่อต่างๆ ตลอดจนหัวน้ำหยด

        ระบบท่อน้ำที่ดี
            - ส่วนต่างๆของท่อ ต้องไม่แห้งหลังหยุดให้น้ำ
            - อัตราไหลต่างๆไม่เกิน 10%
            - ในแต่ละแปลงจำนวนหัวหยดต้องเท่ากัน
            - ความดันตามชนิดหัวหยด
            - ท่อทึบแสง
            - หัวหยด 1 หัว ต่อต้น
            - ตำแหน่งปลายหัวหยดสูงกง่าท่อ PE และต้องไม่ถูกต้น และวัสดุปลูก
            - ต้องมีการล้างระบบหลังปลูก ใช้ ไนตริก 0.2%

  3.การติดตั้ง การดูแลและควบคุมพืชและอุปกรณ์ระหว่างปลูก
        สิ่งที่ต้องคำ นึงถึงในการปลูกพืชในวัสดุปลูก
            1.ปริมาณออกซิเจนบริเวณรากพืช
               - วัสดุปลูกมีความพรุนสูงการระบายนํ้าดี
               - ปรับพื้นที่และวางถุงปลูกในแนวระนาบ
            2.การควบคุมปริมาณนํ้าให้พอเหมาะในวัสดุปลูก
               - ควรมีส่วนที่เป็นสารละลาย 50% และส่วนที่เป็นอากาศ 50%
               - การให้นํ้าควรให้บ่อยๆครั้งละน้อยๆ
               - ดังนั้นระบบควบคุมการให้นํ้าโดยอัตโนมัติ เป็นสิ่งจำ เป็นอย่างยิ่ง
            3.ต้องมีการควบคุมการให้ธาตุอาหารให้เหมาะสมตลอดการปลูก
        **ปรับ pH วัสดุปลูกก่อนปลูกให้อยู่ในช่วง 5.5-6 โดยใช้สารละลายกรด HNO3 เจือจาง 0.5% แช่วัสดุ ปลูก และ เป็นการทำ ให้วัสดุปลูกเปียก แช่ทิ้งไว้ประมาณ 24 ชั่วโมง และจึงระบายออกซึ่งจะเป็นการชะล้าง วัสดุปลูกด้วย
        ** สูตรและความเข้มข้นของสารละลายธาตุอาหารพืชจะต้องใช้ให้ถูก และเหมาะสมตามชนิดของพืช ช่วงการเจริญเติบโต( ช่วงเจริญทางลำ ต้น ใบ หรือช่วงให้ผลผลิต) และตามสภาพภูมิ-อากาศ (แสง และ อุณหภูมิ) นอกจากนี้วัสดุปลูกบางชนิดมีธาตุอาหารบางตัวอยู่แล้ว เช่น K ในขุยมะพร้าวและในขี้เถ้าแกลบ ดังนั้นในสารละลาย ต้องลดปุ๋ยเหล่านี้ลง**
            4. ต้องควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม ปัจจัยเกี่ยวกับ สภาพแวดล้อมต่างๆ เช่น แสง ความชื้น
สัมพัทธ์อุณหภูมิของอากาศและของวัสดุปลูก ต้องอยู่ในช่วงเหมาะสมไม่สูงหรือตํ่าเกินไป แต่ปัจจัยเหล่านี้ ควบคุมได้ยากและต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูง สารละลายที่ระบายออกจากวัสดุปลูก

            สารละลายที่ระบายออกจากวัสดุปลูก
เป็นสารละลายที่เราให้เป็นปริมาณที่มากกว่า ความต้องการของพืช เพื่อให้สารละลายส่วนเกินนี้ระบายออก จาก วัสดุปลูกโดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้
        1. เพื่อเป็นการแน่ใจว่าพืชจะไม่เกิดการขาดสารละลาย
        2. เพื่อเป็นการชะล้างป้องกันการสะสมของสาร หรือธาตุอาหารบางตัวที่พืชใช้น้อย

            สิ่งที่เราจะวัดจากสารละลายที่ระบายออก
        1. ปริมาตรของสารละลายที่ระบายออกเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของสารละลายที่ให้ จะต้องอยู่ในช่วง ประมาณ 3 - 8% ในช่วงวันยาว และในช่วง 10 - 15% ในช่วงวันสั้น ถ้าเป็นระบบที่นำ สารละลายกลับมา ใช้ใหม่ 20 - 50 %
        2. วัดค่า EC และ pH ของสารละลายที่ระบายออก
        3. วิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของสารละลาย ที่ระบายออก และเปรียบเทียบกับสารละลายที่ให้

            การตีความหมายของค่าที่วัดได้
        1.ปริมาณสารละลายที่ระบายออก
            - ถ้าสารละลายที่ระบายออกมาน้อยกว่า 3 - 10% จะต้องเพิ่มปริมาณการให้สารละลาย โดยอาจเพิ่ม ความถี่ในการให้หรือเพิ่มปริมาณการให้แต่ละครั้ง หรือจะเพิ่มทั้งสองอย่าง
            - ถ้าปริมาณสารละลายที่ระบายออกมากกว่า 8 - 15% จะทำ การลดปริมาณการให้สารละลาย

ค่า EC
- ถ้าค่าที่วัดได้จากสารละลายที่ระบายออกเท่ากับค่าของ สาระลายที่ให้แสดงว่าพืชมีการดูดใช้นํ้าและธาตุ อาหารในอัตราส่วนที่ใกล้กัน ในกรณีนี้แสดงว่าสูตรของสารละลาย ที่ใช้เหมาะสมดีแล้วไม่จำ เป็นต้องแก้ไข
- ค่า EC ของสารละลายที่ระบายออกสูงกว่าค่า EC ของสารละลายที่ให้แสดงให้เห็นว่าบางส่วนมีการสะสม อยู่ในวัสดุปลูกถ้ามากจะต้องทำ การแก้ไข ลดความเข้มข้นของสารละลายที่ให้หรือพิจารณาเปลี่ยนสูตรธาตุ อาหารใหม่ให้เหมาะสมกับชนิดของพืช ระยะการเจริญเติบโต และสภาพภูมิอากาศ
- ค่า EC ของสารละลายที่ระบายออกน้อยกว่าค่า EC ของสารละลายที่ให้แสดงว่าพืชมีการดูดใช้ธาตุอาหาร มากกว่าดูดใช้นํ้า ถ้าความแตกต่างมากจะต้องทำ การแก้ไขโดยการเพิ่มความเข้มข้นของสารละลายให้มากขึ้น

ค่า pH
- ถ้าค่าความแตกต่าง pH ของสารละลายที่ระบายออก สูงกว่าหรือตํ่ากว่า 0.3 ของสารละลายที่ให้ แสดงว่า ต้องมีข้อผิดพลาดอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของนํ้าการเตรียมสารละลายผิดพลาดการเปลี่ยน ลักษณะการดูดใช้ธาตุอาหารของพืชเกิดจากการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของวัสดุปลูกเช่น เนื่องจากการสลาย ตัว

 
About us
Hydroponic
knowledge
product
contact us
map
links